Get your own Chat Box! Go Large!

ร้านอาหารไทย : ร้านอาหารสปาฟู้ดส์ - SPA FOODS

 

spa-foods

สปา ฟู้ดส์" ร้านอาหารสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ มีทั้งหมด 4 สาขา คือสาขาพระราม 9, สลิมโบ้ RCA, กระท่อมมังสวิรัติ และสาขาโกลเด้นเพลส สะพานสูง ทุกๆ เมนูของร้านสปาฟู้ดส์ เป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์อย่างแท้จริง โดยทางร้านคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนถั่วเหลืองในรูปแบบต่างๆ ให้เหมือนกับเนื้อสัตว์ อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์จริงๆ ซึ่งโปรตีนถั่วเหลืองของที่นี่ไม่มีสารก่อมะเร็ง ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่วัตถุกันเสีย บรรยากาศโดยรอบเน้นความปลอดโปร่งและเป็นธรรมชาติ ด้านในเน้นโทนสีเขียวอ่อน สบายตา เก้าอี้สีขาว ดูสะอาดสะอ้าน เรียกได้ว่า นอกจากจะได้ทานอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว ยังได้ความสุขกายสบายใจกลับไปด้วย สมกับสโลแกนของร้านที่ว่า "สุภาพดี แบบมีรสนิยม


สมัยนี้ผู้คนให้ความสนใจ และใส่ใจกับเรื่องของการบริโภคอาหารกันมากขึ้น ต่างคำนึงถึงเรื่องโภชนากาและคุณค่าของสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับ ดังจะ เห็นได้จากการที่มีผู้คนจำนวนไม่น้อย หันมาให้ความสนใจในเรื่องของการกินอาหารที่เรียกว่า "มังสวิรัติ" กันมากขึ้น คำว่า มังสวิรัติ นั้นมาจากคำว่า มังสะ + วิรัติ มังสะ แปลว่า เนื้อ วิรัติ แปลว่า ปราศจากความยินดี ละเว้น
 
spa-foods  
 
ดัง นั้นการกินอาหารมังสวิรัติ ก็คือการที่ไม่กินเนื้อสัตว์ และอาหารส่วนใหญ่ที่กินก็จะประกอบไปด้วย ข้าว ซึ่งรวมถึงข้าวทุกชนิดในลักษณะของข้าวกล้องหรือข้าวขัดสี และผลิตภัณฑ์จาก ข้าว ถั่ว ได้แก่ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วลิสง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ต่าง ๆ เมล็ด เช่น งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และ ผักผลไม้ทุกชนิดดื่มตามฤดูกาล เรียกได้ว่าเป็นการกินแต่สารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย
 
spa-foods   
 
และ หากว่ามิตรรักนักกินท่านไหน ที่เป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพ หรือว่ากินมังสวิรัติอยู่แล้ว มีอีกหนึ่งร้านอาหารมังสวิรัติ เพื่อสุขภาพมาแนะนำ ร้านที่ว่านั้นก็คือ "สปาฟู้ดส์" (Spa Foods) สาขาโกลเด้นเพลซ พระราม 9 ที่ถือว่าเป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพสไตล์ Trendy ดูโปร่งโล่ง อบอุ่น ภายในร้านมีโต๊ะเก้าอี้สีขาวให้เลือกนั่งดูสะอาดตา แบบผ่อนคลาย ด้านในเป็นห้องแอร์ ส่วนด้านนอกเป็นโต๊ะนั่งใกล้ร่มเงาไม้รับลมเย็นๆ เหมาะที่จะมานั่งกินอาหารในมื้อง่ายๆ สบายๆ
 
spa-foods  
 
อาหาร ของที่สปาฟู้ดส์ ต้องบอกว่าเป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์อย่างแท้จริง เพราะทางร้านได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทางร้านได้คิดค้นพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์โปรตีนถั่วเหลือง ที่ใช้ถั่วเหลืองคัดพิเศษ คุณภาพดี ที่ได้ผลิตและพัฒนาขึ้นมาให้เหมือนเนื้อสัตว์จริง ๆ และยังมีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์จริงๆ และมีกรดอะมิโนจำเป็นครบตามความต้องการของร่างกาย แล้วที่สำคัญตัวโปรตีน ถั่วเหลืองของที่นี่ไม่มีสารก่อมะเร็ง ไม่มีสารบอแร็กซ์ หรือส่วนผสมของผงชูรส และให้พลังงานจากโปรตีนที่สมบูรณ์ นอกจากนี้แล้วผลิตภัณฑ์บางตัวยังมีส่วนผสมจากบุก ซึ่งมีไฟเบอร์สูงช่วยการ ดูดซึมของไขมันออกจากร่างกาย ทำให้สาวๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องความอ้วนอีกด้วย
 
สำหรับ เมนูอาหารของที่นี่เป็นสไตล์อาหารไทยจานเดียว กินง่ายๆ และมีเมนูมากมายหลายหลากให้เลือกกินได้ตามใจชอบ แถมยังมีการบอกด้วยว่ากินเมนูนี้แล้วร่างกายจะได้รับพลังงานกี่กิโลแค ลอรี่ และเมนูที่น่าลองชิมกันให้ได้ก็มีหลายเมนูด้วยกัน
 
 spa-foods 
 
อย่าง เมนูแรกเป็นเมนูเบาๆ ท้อง อย่าง สะเต๊ะ (59 บาท) หน้าตาเหมือนหมูสะเต๊ะเอามาก ตัวสะเต๊ะเนื้อนุ่มทำมาจากโปรตีนถั่วเหลือง คัดพิเศษหมักด้วยเครื่องเทศชั้นดี ผสมกับนมสดจนเข้ากับเนื้อสะเต๊ะ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มสะเต๊ะสูตรเด็ดของ ทางร้าน และมีขนมปังปิ้งกับอาจาดด้วย ชิมรสชาติสะเต๊ะเนื้อนุ่มรสดี จิ้มกินกับน้ำจิ้มสะเต๊ะเพิ่มรสชาติหอม หวาน มัน ครบรส ให้พลังงาน 520 กิโลแคลอรี่
 
spa-foods 
 
เมนู บล็อคโคลี่ผัดกุ้ง (69 บาท) เป็นบล็อคโคลี่สีเขียวสดผัดปรุงรสเข้ากับกุ้งตัวโตที่ทำมาจากบุกผสมโปรตีน ถั่วเหลืองให้ไฟเบอร์สูง ย่อยง่ายให้สารอาหารมากมาย กินแล้วได้พลังงาน150 กิโลแคลอรี่ 
 
spa-foods  
 
เมนู นี้กันต่อ ส้มตำไก่ทอด(69 บาท) หน้าตาดีชวนกิน มีส้มตำไทยรสชาติครบรสถูกปากตามสไตล์ส้มตำไทยแท้ เคียงข้างมาด้วยไก่ทอดที่ได้จากไก่โปรตีนถั่วเหลือง ที่นำไปชุบเกล็ดขนมปังทอดกรอบ เคี้ยวกรอบนอกนุ่มใน กินเข้าคู่กับส้มตำเป็นอย่างดี เมนูนี้ให้พลังงาน 420 กิโลแคลอรี่
 
spa-foods  
 
เมนู นี้ ข้าวซอยอกไก่ (69 บาท) อาหารแนวเหนือรสชาติดี ตรงที่น้ำข้าวซอยรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมถูกลิ้น แล้วอกไก่ที่ว่าก็เนื้อนุ่ม เพราะเป็นอกไก่ที่ทำจากโปรตีนถั่วเหลืองคัดพิเศษ กินข้าวซอยชามนี้แล้วได้พลังงานถึง 590 กิโลแคลอรี่
 
spa-foods  
 
เมนู เส้นๆ ซดน้ำร้อนๆ อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเรือ (59 บาท) ที่กินแล้วได้รสชาติก๋วยเตี๋ยวเรือร้อนๆ น้ำซุปรสกลมกล่อม ในชามเต็มไปด้วยเครื่องหลายยอย่าง มีทั้งตับ เนื้อ ทำจากโปรตีนถั่วเหลือง ส่วนลูกชิ้นทำจากบุกผสมโปรตีนถั่วเหลือง กินก๋วยเตี๋ยวเรือชามนี้ได้พลังงาน 275 กิโลแคลอรี่
หากได้เห็นเมนูอาหารของที่ร้านจะรู้ว่ายังมีอีก หลายเมนูสุขภาพที่น่าลิ้มลองมากมาย อาทิ บะหมี่เป็ดปักกิ่ง (59 บาท) ผัดพริกไทยดำเนื้อสัน (79 บาท) สามชั้นผัดพริกแกง (79 บาท) น้ำพริกทูน่า ( 79 บาท) ปลาหิมะนึ่งมะนาว (79 บาท) ข้าวมันอกไก่/ไก่ทอด (69 บาท) เห็นทีว่าหากใครเป็นผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติอยู่แล้ว หรือหากใครอยากจะกินอาหารเพื่อดูแลสุขภาพของตัวเองดู ก็ลองแวะเวียนมาสัมผัสกับอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี แถมไม่มีเนื้อสัตว์เลยกันได้ที่ร้าน "สปาฟู้ดส์"
 
spa-foods-map 

ที่ตั้งร้านอาหารสปาฟู้ดส์ - SPA FOODS
181 หลัง 94 coffee บริเวณสวนการ์เด้นข้างอาคารโกลเด้นเพลซ ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา - อาจณรงค์) วังทองหลาง วังทองหลาง กรุงเทพฯ  
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2934-6530 
 
ชื่อร้าน สปาฟู้ดส์
ประเภทร้านอาหาร ร้านอาหาร
ประเภทอาหาร อาหารไทย
ย่าน / ถนน เลียบทางด่วน
เปิด-ปิด บริการ ทุกวัน
เวลา 07.00- 21.00 น. 
เบอร์โทรศัพท์ 0-2934-6530
Fax 0-2934-6530
 


 
 

แผนที่

บรรยากาศร้านโดยรวม

โซน Indoor

โซน Outdoor


ประทัดลม
ของว่างชาววังที่ไม่ธรรมดา นำแผ่นฟองเต้าหู้มาห่อด้วยหมู ไก่ ปรุงรสแบบไทยๆ นำมาห่อเลียนแบบประทัดลม ของเล่นเด็กสมัยโบราณ ทอดจนสีสวยกรุบกรอบ   จิ้มกับน้ำจิ้มกระเจี๊ยบแบบไทยแท้


ม้าฮ่อ ส้มฉุน บนกลีบดอกบัวหลวง
หนึ่งในอาหารไทยคลายร้อน อร่อยด้วยรสเปรี้ยวหวานจากส้มฉุน คือส้มเขียวหวานที่ยังไม่สุกจัด ออกรสเปรี้ยว และสัปปะรดเนื้อฉ่ำจากศรีราชา กับไส้หมูที่ผัดกวนด้วยความใส่ใจ เสิร์ฟมาบนกลีบดอกบัวหลวง
*จานนี้เป็นเมนูพิเศษเฉพาะช่วงหน้าฝนนี้เท่านั้นนะคะ*


หมี่กรอบวังเดิม
หมี่กรอบสูตรนี้ ทำตามตำราตกทอดจากวังเดิมแถบคลองบางกอกใหญ่หวานเปรี้ยว กรอบกรุบโรยด้วยส้มซ่า ผลไม้ที่หาทานได้ยากในปัจจุบันและเป็นส่วนประกอบสำคัญของหมี่กรอบ เหมาะสำหรับทานเล่นๆ


น้ำพริกลงเรือ ปลาดุกฟู
น้ำพริกตามตำรับของ เจ้าจอมสดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมองค์สุดท้ายของรัชกาลที่ 5 ที่ทำถวายเจ้านายในวังสวนสุนันทาเมื่อเสด็จพายเรือเล่น อย่างกะทันหัน ไม่ทันตระเตรียมอะไรเป็นพิเศษ แต่กลับได้น้ำพริกที่เลิศรส เป็นที่เล่าขานและนิยมกันแพร่หลายจนทุกวันนี้


หมูย่างหรือเนื้อย่างกระทะร้อน จิ้มแจ่ว
สันในหมู/เนื้อย่างบนกระทะร้อน ราดด้วยน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดของทางร้าน


ยำเนื้อย่างหรือหมูย่างกับผลองุ่น หรือผลไม้ตามฤดูกาล
เนื้อหรือหมูย่างหอมกรุ่นมายำแบบโบราณพร้อมกับผลไม้ตามฤดู
**ช่วงนี้ผลไม้ตามฤดูกาลเป็นมังคุดค่ะ**


หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ราดซอสแกงคั่วสับปะรด
หอยแมลงภู่ตัวโต ราดด้วยซอสแกงคั่วสับปะรดเข้มข้นที่มีทั้งรสเปรี้ยว หวานและเผ็ด จะกินเปล่าๆหรือกินกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อย


แกงเลียงตำรับท่านเจ้าคุณประยูรวงศ์
ใครๆก็เคยกินแกงเลียง แต่จะมีใครสักกี่คนที่ยังจดจำแกงเลียงของท่านเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ เจ้าจอมองค์แรกของล้นเกล้ารัชการที่ 5 ได้ ซึ่งเป็นตำรับที่เป็นที่ชื่นชอบในสมัยนั้น แกงเลียงตำรับนี้เมื่อกินคู่กับน้ำพริกกะปิ จะทำให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่ น่าลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง


แกงเหลืองพื้นท้องปลาหรือไข่ปลากับหน่อไม้ดอง
ถ้าล่องใต้ต้องแกงเหลือง ชามนี้เอาเนื้อพื้นท้องปลากะพงและไข่ปลา(ตามฤดูกาล)
โขลกพริกแกงอย่างใต้ตอนบน เผ็ดร้อนพอเหมาะ


ปลาทับทิมทอดซอส Raintree
ปลาทับทิมทอดกรอบสีเหลืองทองราดด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน





ผัดไหลบัวกุ้งสด
ไหลบัวกรอบๆผัดน้ำมันหอยแบบไทยๆ รสชาติเข้มข้น
 
 
สวนอาหาร Raintree by ตำรับทอง
 
ขอเชิญทุกท่านมาลิ้มลองอาหารไทยชาววังที่หาทานได้ยาก
และอาหารไทยพื้นบ้านรสชาติจัดจ้าน ในบรรยากาศสบายๆ ด้วยราคาสุดคุ้ม
บนถนนศรีนครินทร์ 40 (ซอยสุภาพงษ์ 3 แยก 2) ตรงข้ามซีคอนแสควร์
 
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 17.00 น. - 24.00 น.
 
*มีห้องจัดเลี้ยงไว้ให้บริการด้วยค่ะ*
 
สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-330-9494, 080-259-9234 
 
สำหรับผู้ชม blog ถ้าแจ้งว่าทราบข่าวจากทาง bkkrestaurantguide.exteen.com จะได้
รับส่วนลดทันที 10% ค่ะ ภาสิตา วนาศรีวิไล
 
 
 

edit @ 15 Jul 2011 11:46:31 by eakarit

edit @ 15 Jul 2011 11:52:54 by eakarit

edit @ 15 Jul 2011 11:53:38 by eakarit

 

ร้านอาหารญี่ปุ่น : ร้านชาบูตง ราเมนต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น

      วันนี้ได้มีโอกาสไปทาน ร้านชาบูตง ในงานฉลองครบรอบหนึ่งปี ชาบูตง "เชฟราเมน ทีวี แชมป์เปี้ยน บินลัดฟ้าจากญี่ปุ่น เสิร์ฟราเมนต้นตำรับ ชาบูตง (CHABUTON) ในงานฉลองครบรอบ 1ปี" ขอขอบคุณ คุณชัชสรัล และ สาวิตรี จาก Central Restaurants Group ที่ให้เกียร์ติเราไปร่วมยินดีฉลองครบหนึ่งปีของ ร้านชาบูตง ครับ ;)

     เริ่มต้นงานช่วงบ่าย 2 โมง สื่อมวลชน Blogger เริ่มลงทะเบียน 

ช่วงสองโมงครึ่ง เข้าไปฟังการสัมภาษณ์ "สุดยอดเชฟราเมน มร. ยาสุจิ โมริซึมิ ผู้พิชิตรางวัลชนะเลิศในรายการยอดฮิต “ทีวี แชมป์เปี้ยน” ปี 2002 ในประเทศญี่ปุ่น"  กับ พิธีกรสาว หญิง – สุกัญญา ไรวินท์ (ตัวจริง สวย+ผิวดีมาก) 

ช่วงสามโมง  สุดยอดเชฟราเมน มร. ยาสุจิ โมริซึมิ  ลงมือเข้าครัวทำอาหารให้ สื่อมวลชน และ Blogger ที่รอกินมานานได้ลิ้มรสมือกัน ;P 

มีสามเมนู  ที่ผมได้ชิม   ผมอาจจะเรียกชื่ออาหารไม่ถูกเนื่องจาก เค้าไม่มีเมนูให้เลือกน่ะครับ 55+

แบบงานนี้ สื่อมวลชนและBlogger ฟรีทั้งงาน อิอิ

แต่ยังไงก็จะวิจารณ์รสชาติตรงๆน่ะครับ

images by free.in.th

เมนูแรก  นักเก็ตไก่ 

           เป็นเมนูเรียกน้ำย่อย ที่เพื่อนๆที่ไปร้านราเมน น่าเคยเห็นเคยชิมกันมาบ้างน่ะครับ

สำหรับเมนูนี้ของร้าน ชาบูตง  เวลากัดข้างนอกกรอบ  ข้างในก็ร้อนทั่วถึง  รสชาติจัดว่าดี

ถ้าเทียบกับร้านราเมนบางร้านที่มีสาขาเยอะๆแล้ว ไม่คุมคุณภาพ

มักให้เมนูนี้ ข้างในร้อนไม่เท่ากัน หรือบางส่วนเหมือนไม่สุกมาให้ลูกค้าทาน ซึ่งทำให้เสียรสชาติ


 images by free.in.th

เมนู เกี๊ยวซ่า

เมนูนี้ ข้อดีคือ  มีขนาดเล็กพอดีคำ ทำให้กินแล้วไม่เลี่ยนเร็วเท่ากับเกี๊ยวซ่าชิ้นใหญ่

เหมาะกับ ผู้หญิง

แต่สำหรับเพื่อนๆคนไหน ชอบเกี๊ยวซ่าใหญ่ๆ กินแล้วเต็มปากเต็มคำ กะให้หนักท้อง

อาจจะไม่เหมาะกับเมนูนี้เท่าไหร

 


 images by free.in.th

ราเมน  ชาบูตง

เมนูนี้ มีรสโดดเด่น คือ เรื่องของเส้นครับ  เส้นจะหนานุ่นเหนียว เวลาเคี้ยวจะได้รสสัมผัสที่ดีมาก

รสรองลงมาคือ  น้ำซุบ ครับ ถือว่า  รสชาติเข้ากับเส้นได้ดี และ อร่อยเข้มข้นกว่า ราเมนราคาถูกทั่วไปตามห้าง

ส่วนรสชาติของเนื้อหมู  รสชาติถือดีเลยทีเดียว แต่เสียดายปริมาณน้อยไปหน่อยครับ   

ปริมาณเส้นและเนื้อหมูยังไม่สมดุลเท่าไหร  ปริมาณเส้นมากกว่าเนื้อหมู

ถ้าสั่ง แบบมีหมู 1 ชิ้น วางบนชามในเมนู ช่วงหลังๆของตอนทาน จะมีแต่ เส้น กับ น้ำซุบ(โชคดีที่เส้นเค้าอร่อย)

ดังนั้นผมขอแนะนำ เพื่อนๆเวลาสั่ง ให้สั่งเมนูที่มี หมู3-4 วางโป๊ะในชามจะดีมากครับ

 


 images by free.in.th

ในร้าน ชาบูตง ราเมนต้นตำรับแท้จาก ญี่ปุ่น


 images by free.in.th

หน้าร้าน ชาบูตง ราเมนต้นตำรับแท้จาก ญี่ปุ่น

ติดต่อ ร้านชาบูตง ราเมนต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น

NO. BRANCH ADDRESS TELEPHONE OPEN
1. สยามสแควร์ สยามสแควร์ ซอย 3  02 252 9351, 02 252 9353 11.00 - 22.00 (ทุกวัน)
2. เซ็นทรัลเวิลด์  ชั้น 6   02 613 1038 ,02 613 1092 จ - ศ 11.00 - 22.00 และ ส - อ กับวันหยุด 10.00 - 22.00
3. เมเจอร์รัชโยธิน เมเจอร์ รัชโยธิน บริเวณ ซูซูกิ อเวนิว ชั้น 2 02 939 4294 - 5 จ - ศ 10.30 - 22.00 และ ส - อ กับวันหยุด 10.00 - 22.00

ปล. เนื่องจากตอนนี้เปลี่ยนคนเขียนนะครับ  ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปต้องขออภัยด้วย ณ. ที่นี้ด้วยครับ

ตอนนี้เพิ่งเปิด FB น่ะครับ 

เพื่อนๆช่วยกด like จากข้างใน ลิ้งข้างล่าง จะดีมากเลยครับ

จะได้สามารถเอามาเชื่อมต่อลิ้งกับ Blog ได้เลยครับ

http://www.facebook.com/pages/%E0%B8%BABkkRestaurantGuideExteencom/143817662347697#!/

edit @ 1 Mar 2011 02:12:14 by eakarit

อุทยานอาหาร LaKe Hill 2 บรรยากาศใน 1 เดียว

หลังจากห่างหายการเขียนแนะนำร้านอาหารไปสักพัก คราวนี้กลับมาแล้วค่ะ เรียนหนักจนแทบไม่มีเวลาเขียนเลยค่ะ ต้องขอโทษเพื่อนๆทุกๆคนด้วยนะคะ วันนี้จะพาไปแนะนำ ร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติก ที่ถือได้ว่าไปกินบ่อยที่สุดใน ร้านอาหารย่านเกษตร-นวมินทร์ ร้านนั้นก็คือ “ ร้านอาหาร Lake Hill “ เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยไปหรือเคยขับรถผ่าน เราจะมาดูกันว่า อุทยานอาหาร Lake Hill มีความพิเศษอย่างไร


เรามาดูป้ายหน้าร้านกันก่อนเลยค่ะ ป้ายตอนกลางคืนจะเห็นไม่ชัดเพราะต้นไม้บัง แต่ไม่เป็นปัญหาค่ะ อิอิ (เพื่อนๆคนไหนจะไป ตอนท้ายจะมีแผนที่บอกทาง


                       ร้านอาหาร Lake Hill มีห้องคาราโอเกะ ไว้สำหรับผู้ที่ชอบการร้องเพลง ด้านล่าง(Lake) ตรงแพลอยน้ำ ห้องคาราโอเกะจะมี 2 แบบ ห้องเล็ก 9ห้อง จุได้ 15 คน/ห้อง และ ห้องใหญ่ 4 ห้อง จุได้ 20-30 คน/ห้อง เลยทีเดียว ด้านบนที่เป็น Hill มีห้องจัดเลี้ยงลอยฟ้าด้วยนะคะ

เรามาดูบรรยากาศ แบบ Lake นั่งกินข้าว ฟังดนตรีสดแบบชิวๆ ริมทะเลสาปกันเลยค่ะ






สำหรับคู่รักที่ต้องการความสงบบวกกับความโรแมนติก แนะนำให้เลือกที่นั่ง Hill บนภูเขา มีน้ำตกจำลองตกแต่งดูแล้วสบายตา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลสาปได้ สวยมากๆค่ะ



ต้นไม้ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม



มองเห็นวิว Lake



ร้านอาหาร Lake Hill มีอาหารไทยนานาชนิดให้เลือกรับประทาน แต่ที่อยากจะแนะนำ มี 3 เมนูนี่ค่ะ

1.หอยเชลล์เผา+เห็ดเข็มทองผัดเนย
อันนี้อยากจะแนะนำเลยว่า อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาและคุ้มที่สุดแล้วค่ะ
หอยเชลล์ตัวใหญ่ ทานคู่กับเห็ดเข็มทองผัดเนย รสชาติมันช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ
ไปทุกครั้ง เมนูนี้ไปเคยพลาดค่ะ



2. ไก่แช่เหล้า+แมงกระพรุนน้ำมันงา
เมนูนี้อร่อยไม่แพ้กัน รสชาติของไก่แช่เหล้า เข้าไปถึงเนื้อไก่ ส่วนแมงกระพรุน ไม่มีอะไรที่โดดเด่นค่ะ โดยรวมถือว่า อร่อยค่ะ (รูปมันแอบไกลไปหน่อย ต้องขออภัยด้วยนะคะ...อิอิ)



3. รูปด้านบน ทางซ้ายมือ อันนั้นคือ ทะเลผัดน้ำพริกเผา ค่ะ ให้กุ้ง ปลากหมึก และหอยเยอะดีค่ะ แต่เสียอย่างเดียวมันเผ็ดมากไปหน่อย ต้องเอาน้ำล้างก่อน ( ทำอะไรที่น่าเกียจมาก แต่ด้วยความเสียดาย เลยต้องทำ 555+) ถ้าเพื่อนๆพาครอบครัวที่มีเด็กๆมา แนะนำอย่าสั่งนะคะ เพราะมันเผ็ด เด็กๆจะทานไม่ได้

4.ต้มข่าไก่บ้าน หม้อตรงมุมขวาอ่ะคะ รู้สึกว่า จะเห็นแต่หอยเชลล์ อิอิ ต้มยำรสชาติใช้ได้ค่ะ เผ็ดกำลังดี เนื้อไก่ให้เหมาะสมกับราคา

อยากให้เพื่อนๆทุกคนลองมาสัมผัสบรรยากาศสบายๆ+รสชาติอาหารไทยแสนอร่อย ของ อุทยานอาหาร Lake Hill กันนะคะ รับรองไม่ผิดหวังค่ะ

p.s ช่วงเทศกาลอาหารค่อนข้างช้าค่ะ แนะนำให้ไปวันธรรมดาจะดีกว่า...

อุทยานอาหาร Lake Hill
ที่อยู่ : 28/18-26-20 ม.4 ถ.เกษตร-นวมินทร์ เขต ลาดพร้าว กทม.10230
ติดต่อ : 02-553-1738-9 (ติดต่อ 2 โมงเป็นต้นไป ) 086-532-1100
เวลาปิด-เปิด : 17.00-24.30 น.
E-Mail : lake_hill@hotmail.com

edit @ 12 May 2009 20:14:18 by eakarit

ราเมนต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น บังคาร่า ราเมน

มาถึง ร้านราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่นบ้าง ที่มาของการได้ไปทานที่ร้านนี้ก็คือ ส่งชิงโชค นิตยสาร แอสต้า แมกกาซีน เขาแจก 5 รางวัล รางวัลละ 500 บาทสำหัรบบัตรใช้แทนเงินสดเพื่อไปทายที่ ร้าน บังคาร่า ราเมน

แล้ว เราก็ดวงดีมาก แจกพ๊อตติดเข้าไปอยู่ 1 ใน 5 ผู้โชคดีที่ได้ไปลองลิ้มชิมรส ราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่น

รูปข้างล่าง คือ บัตร GiftVoucher ที่ได้รับ


บังคาร่า ราเมน เป็นราเมนที่เจ้าของร้านไปขอสูตรมาจาก ร้านบังคาร่า ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรารู้ๆกันอยู่ว่า ประเทศญี่ปุ่นนั้น
ราเมน   เป็นของขึ้นชื่อของเขาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทางร้านบังคาร่า ราเมนการันตีได้เลยว่า เป็นราเมนต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น ความอร่อยนี่มาเป็นที่หนึ่งแน่นอนค่ะ  แล้ววัตถุดิบบางอย่างก็นำเข้ามาจากญี่ปุ่นด้วยนะคะ ในตอนแรกเจ้าของร้านจะดึงลูกค้ากลุ่มที่เป็นคนญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทยเป็นหลัก แต่ก็ไม่ลืมลูกค้าที่เป็นคนไทยนะคะ  เราลองมาดูภาพบรรยากาศในร้านกันเลยค่ะว่าจะญี่ปุ่นขนาดไหน


แค่ภาษาญี่ปุ่นหน้าร้านยังอ่านไม่ออกเลยค่ะ...อิอิ

ตอนถ่ายเกิดแผ่นดินไหวขึ้นรูปมันเลยออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ ( ล้อเล่นนนนนน)

อันนี้เป็นภาพบรรยากาศภายในร้าน บังคาร่า ราเมน ค่ะ

อีกมุมค่ะเรามาดูเมนูกันเลยดีกว่าค่ะ ในเมนูจะมีแต่ภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษนะคะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เราสามารถถามพนักงานได้ค่ะว่าเมนูนี้มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ราคาอาจจะค่อนข้างสูงกว่าราเมนธรรมดา เช่น ฮาจิบัง ราเมน , โออิชิ ราเมน แต่ปริมาณมากกว่าเยอะเลยค่ะ รับประกัน แค่จานเดียว อิ่มแน่นอนค่ะ


มีราคากำกับบอกในทุกๆเมนูค่ะ

อันนี้เป็นเมนูประเภทเครื่องดื่มและของหวานค่ะบนโต๊ะมีเครื่องเคียงตั้งอยู่  ทั้งกระเทียมและโชยุต่างๆให้ไว้ปรุงรสได้ตามใจชอบค่ะ


ถ้าเราไม่สั่งน้ำดื่ม ทางร้าน บังคาร่า ราเมน มีบริการน้ำเปล่าฟรีนะคะ มาถึงเมนูแรกเลยดีกว่า เป็น ธงคัตซึราเมน ที่เห็นน้ำซุปสีขาวๆนี้ทำไม่ง่ายเลยนะคะเพราะต้องเคี่ยวกระดูกหมูจนกระทั่งกระดูกหมูละลายผสมกับน้ำซุป ความอร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ เนื้อหมูติดมันนิดๆ เขียนไปนี่ก็กลืนน้ำลายไปตลอดเลย....น่ากินจริงๆ

เมนูที่2 เป็น บังคาร่าราเมน แบบราคา 200 บาท เมนูนี้เป็นคนสั่งเอง ขอบอกว่าเยอะมาก กินไม่หมด อิอิ น้ำซุปอร่อยมากค่ะ มีมันหมูชิ้นเล็กๆลอยอยู่ในน้ำ มีหมูชิ้น และ หมูเสามชั้นตุ๋น( คล้ายๆขาหมูของไทยเราอ่ะค่ะ) เยอะมาก แถมอร่อยมากอีกต่างหาก ถ้าใครจะไปทานเมนูนี้ขอแนะนำว่า พยายามทำท้องให้ว่างมิฉะนั้นมันจะอิ่มจนจุกเลยก็ว่าได้

เมนูที่3 เป็น บังคาร่า ราเมนแบบธรรมดา เหมือนกับเมนูที่ 2 อ่ะค่ะ แต่ไม่ได้ใส่หมูเปื่อยเท่านั้นเอง แต่ปริมาณเยอะพอๆกันเลยค่ะ บังคาร่า ราเมน เมนูนี้เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน บังคาร่า ราเมน นะคะ ยังไงต้องลองชิมให้ได้เลยค่ะ ส่วนคนไหนที่ต้องการท็อปปิ้งเพิ่มก็สามารถสั่งได้ค่ะ มีอยู่ 7 อย่างด้วยกัน ได้แก่ไข่ต้มยางมะตูม, หมูสามชั้นตุ๋น , ชาชู , ต้นหอมคลุกพริกเผา , สาหร่าย , เนยแข็งและข้าวโพด

เมนูปิดท้ายเห็นจะเป็นของหวาน เยลลี่ อัลมอนต์ ของหวานมีอย่างเดียวนะคะ แต่เมนูนี้ไม่สั่งไม่ได้ เพราะความหอมของอัลมอนต์นี้ติดจมูกเลยค่ะ อร่อยค่ะ

จากที่แนะนำมาทั้งหมด ร้านบังคาร่า ราเมน นี้ให้ 10 ดาวเลยค่ะ คุ้มค่าราคา แถมรสชาติยังอร่อยแบบต้นตำรับแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่เหมือนใครเลยค่ะ เพื่อนๆลองไปทานดูนะคะแล้วจะติดใจ มีรุปส่งท้ายรูปนึงค่ะเป็นรูปหน้าร้านตอนกลางคืนค่ะ

ร้านบังคาร่า ราเมน ( Bankara Ramen )จากปากซอยสุขุมวิท 39 เข้าไปอีกประมาณ 400 เมตร เมื่อเห็นตึกเดอะแมนเนอร์ที่อยู่ฝั่งขวามมือก็ให้ตรงเข้าไปเลยค่ะเวลาทำการ    ทุกวัน เวลา 11.00-23.00 ช่วงกลางวันบ่าย 2-3โมง คนจะแน่นมาก ควรจะโทรจองก่อนล่วงหน้านะคะT.02-662-5162-3 แผนที่

edit @ 21 Jan 2009 17:11:44 by eakarit

ร้านอาหารไทย บรรยากาศดี ฐิตารีย์ ณ. สวนรถไฟ

เพิ่งเปิดเทอมมาได้ไม่กี่วัน เวลาว่างเหลือเยอะจริงๆค่ะ วันอังคารมีเรียนตอนเช้าตั้งแต่ 8 โมง เรียนอีกทีก็บ่ายสองครึ่ง ห้างก็ยังไม่เปิดด้วยสิ

เพื่อนๆในกลุ่มเกิดไอเดียดีๆ ไปนั่งกินข้าว และขี่จักรยานเล่นที่สวนรถไฟกัน

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าสวนรถไฟจะมี ร้านอาหารบรรยากาศดีๆ เพราะเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเคยไปกินข้าวที่สวนรถไฟก็เจอแต่ร้านอาหารแบบเก่าๆนิดนึง เป็นอาหารตามสั่ง แต่เมื่ออังคารที่แล้วพอไปถึงออกแนวอึ้งนิดๆค่ะ

เพราะ ร้านอาหาร ที่อยู่ในสวนรถไฟนี้ จัดร้านแนวชิวๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของต้นไม้ เย็นสบาย........น่านั่งอ่านหนังสือมากๆค่ะ ร้านอาหารไทย นี้มีชื่อว่า ร้านฐิตารีย์ ลองมาดูบรรยากาศกันเลยค่ะ


มาด ูเมนูอาหารของ ร้านฐิตารีย์ กันเลยค่ะ ( จะทานอะไรก็เช็คตรงใบออเดอร์ ที่วางไว้บนโต๊ะได้เลยค่ะ แล้วส่งให้พี่พนักงาน ที่จะมารับออเดอร์ )



อาหารที่ ร้านอาหารไทย ฐิตารีย์ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง อาหารไทย อาหารจานเดียว แถมยังมี อาหารฝรั่ง เช่น สเต็ก สปาเกตตี้ อีกต่างหาก และที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็น เครื่องดื่ม ทั้ง ชา กาแฟ นม ลาเต้ ผลไม้ปั่น น่าลิ้มลองทั้งนั้นเลยค่ะสำหรับคนที่ชอบทานชากาแฟ ห้ามพลาด....

 

ครั้งนี้ก็ได้นำเมนูต่างๆที่พวกเราได้สั่งมาทาน มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ลองไปทาน เป็นการยั่วน้ำลายเล่นๆ อิอิ......เราลองมาดูกันเลยค่ะ

 

 

เมนูแรกเป็น เมนูชุดอาหารเช้า ( อันนี้เดี๊ยนเป็นคนสั่งเองค่ะ ) ในชุดก็มี ขนมปังกระเทียม ไส้กรอก ไข่ดาว แฮม ...แค่จินตนาการตามก็น่ากินแล้วใช่ไหมคะ.......อิอิิ ไข่ดาวกึ่งสุกกึ่งดิบเนี่ย....อร่อยจริงๆค่ะ



เมนูที่สองเป็น ซุปข้นเห็ดร้อนๆ อันนี้ก็น่าทานไม่แพ้กัน....กลิ่นห๊อมหอม



เมนูที่สาม สเต็กเนื้อ..... อันนี้สำหรับคนที่ชอบเนื้อคงจะถูกใจไม่น้อย

ราคาและปริมาณอาหารเหมาะสมค่ะ...ถือว่าไม่แพงจนเกินไป  ราคาไม่เกิน 150 บาท ค่ะ



เมนูที่สี่ สเต็กหมู ...ตอนแรกกะจาลองทานอยู่เหมือนกัน แต่มันยังเช้าอยู่

สงสัยความกลัวอ้วนเข้าสิง.....ก็ตอนนั้นมันไม่หิวอ่ะค่ะ....เเต่ยังไงวันหลังต้องลองมากินให้ได้เลยค่ะ



แนะนำ อาหารฝรั่ง กันไปพอสมควร มาถึง อาหารไทย อาหารบ้านเกิดของเรากันบ้างดีกว่าค่ะ

 

เมนูที่ห้า อาจดูจะธรรมดา แต่เมื่อใส่จาน มันก็ไม่ธรรมดา เมนูนี้คือ ข้าวผัด ค่ะ เวลาเราไปกินอาหารที่ร้านอาหารตามสั่ง ถ้าคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร ทุกคนจะนึกถึง ข้าวผัดทันที แต่ข้าวผัดก็มีหลายระดับเหมือนกัน มีทั้งแบบข้าวผัดข้างทาง หรือข้าวผัดตามภัตตราคาร แหม....สถานที่ของข้าวผัดเนี่ย มันทำให้ราคาอาหารเปลี่ยนได้จริงๆ ข้าวผัดของที่ร้านอาหารนี้อยู่ในระดับกลางๆค่ะ



เมนูที่หกเป็น ผัดกะเพราไข่ดาว อันนี้ยิ่งกว่าข้าวผัดอีก...........

ไม่รู้จะบรรยายยังไงอ่ะคะ...ถามเพื่อน เพื่อนบอก "มันก็คือ ผัดกะเพราไข่ดาว"



เมนูสุดท้าย กุ้งผัดกะเพรา อันนี้น่าสนใจค่ะ ทางร้านใช้กุ้งมีคุณภาพใช้ได้

ปริมาณอาหารโดยรวม โอเคค่ะ


ป็นยังไงบ้างคะ.....น่าทานใช่ไหมล่ะ....ร้านอาหารไทย Thitaree ขอแนะนำเลยค่ะว่า บรรยากาศให้ 10 คะแนนเต็มเลยค่ะ อาหารก็อร่อยไม่แพ้กัน

ร้านอาหารไทย ฐิตารีย์ มีที่นั่งให้เลือกสองแบบ ถ้าตอนเช้าๆ อากาศเย็นนิดๆ ควรจะนั่งจิบกาแฟทานอาหาร สูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก มองออกไปเห็นต้นไม้สีเขียวสบายตา ถ้าตอนกลางวันอากาศร้อน มีห้องแอร์บริการค่ะ ตอนกลางคืน ควรจะนั่งด้านนอก บรรยากาศชิวๆ แสงไฟที่ประดับรอบๆร้าน สร้างความโรแมนติก อย่างยิ่ง แถมทาง ร้านอาหาร ฐิตารีย์ ยังเปิดเพลงฝรั่งแบบชิวๆให้ได้ผ่อนคลายอารมณ์อีกด้วยค่ะ หลบบรรยากาศวุ่นวายในเมืองมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่ สวนรถไฟ กันเถอะค่ะ กินอิ่มแล้วไปเช่าจักรยานขี่ เป็นการย่อยอาหารไปในตัว หรือจะเช่าเสื่อนอนตีพุง ก็ได้นะคะ ไปกับเพื่อนก็สนุก เฮฮาๆไปกับแฟนก็โรแมนติก.........เฮ้อ เป็นวันที่มีความสุขจริงๆสำหรับวันนี้....บับบายค่ะ

ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ...

 

 

 

ร้าน ฐิตารีย์ ( Thitaree ) สวนวชิรเบญจทัต (สวนรถไฟ)

ถึง สวนรถไฟ( ประตูใหญ่ )แล้วเลี้ยวขวา ถ้าไม่เจอยังไงลองโทรไปถามตามเบอร์ด้านล่างค่ะ

 

เบอร์ติดต่อ

คุณ โชติอนันต์ เย็นเปี่ยมธำรง

02-936-4535

086-334-1729

086-091-7433

086-780-8210

 

แผนที่ไป สวนรถไฟ


กินข้าวชมวิว กับ บุฟเฟ่ต์นานาชาติ และ ซีฟู๊ด ของ โรงแรมใบหยก



คราวนี้เรามาดู อาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ณ ภัตตาคาร บางกอกสกาย บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดลอยฟ้า โรงแรมใบหยกสกาย บุฟเฟต์นานาชาติ นี้อยู่ชั้น 76 และ 77 ของ โรงแรมใบหยก ซึ่งพวกเราก็รู้ๆกันอยู่แล้วว่า โรงแรมใบหยก คือตึกที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯได้ ถึง360 องศาเลยก็ว่าได้ สำหรับบรรยากาศไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโรแมนติกขนาดไหน ครั้งนี้อาจจะถ่ายรูปมาไม่มาก เพราะไปตอนกลางคืน ยังไงลองมาดูว่า บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่นี่เขามีอะไรให้เราหม่ำกันบ้าง(ลืมบอกไป ค่ะ ที่นี่ทัวร์ต่างชาติจะลงเยอะมากๆ จนคิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ประเทศไหนกันแน่เนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นทัวร์จากโซนเอเชียเช่นประเทศ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลี ประมาณเนี่ยอ่ะค่ะ )

อาหารจะแบ่งเป็นโซนๆดังนี้ค่ะ


โซนอาหารยุโรป

มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ขนมปังอบร้อนๆ สลัดผักต่างๆ เนื้อสันนอกอบ ไส้กรอก อาหารทะเล แฮมนำไปย่างแบบบาร์บีคิว และอาหาร
เด่น ตัวแม่ในการมากิน คงจะหนีไม่พ้น กุ้ง อย่างแน่นอน กุ้งที่นี่จะเป็นกุ้งตัวโตๆที่แกะเปลือกไว้แล้ว จัดวางไว้ในที่วางแบบค๊อกเทล เห็นแล้วน้ำลายไหล มีซอสให้เลือกหลากหลายแบบ ถ้าอยากกินแบบไทยๆ ก็ต้องน้ำปลาพริก (แซบได้อีก) ถ้าอยากกินแบบยุโรปก็ต้องจิ้มกับน้ำสลัด เฮ้อ ! อร่อยทั้งสองแบบเลยค่ะ อิอิ

ด้านพาสต้า มีเส้นให้เลือกหลากหลาย อาทิเช่น พาสต้า สปาเก็ตตี มะกะโรนี เป็นต้น ตามด้วยซอสครีมชนิดต่างๆ ให้เลือกตามใจชอบ




โซนอาหารญี่ปุ่น

เป็นโซนยอดฮิตเลยก็ว่าได้ มีเชพมาปรุงกันให้เห็นๆ โซนนี้จะมี ข้าวปั้นหน้าต่างๆ ปลาดิบ เทมปุระ บะหมี่เย็น แกง กะหรี่ ยากิโซบะ ปลาซาบะย่าง ไก่ย่างหมักซอสญี่ปุ่น พิซซ่าญี่ปุ่น น้ำซุป เป็นต้น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น คงจะถูกใจกับโซนนี้แน่นอนค่ะ

โซนอาหารไทย

แหม โซนอาหารบ้านเกิดอย่างเราๆ ก็มีอาหารให้เลือกรับประทานหลากหลายเหมือนกันนะคะ วัตถุดิบถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี (ชาวต่างชาติมาทานเยอะ ต้องพิถีพิถันทั้งวัตถุดิบและการปรุง ชาวต่างชาติจะได้ติดใจในรสชาติของอาหารไทยที่มีรสชาติเฉพาะตัว ) อาหารบางอย่างรสชาติอาจจะไม่เข้มและเผ็ดเท่ากับอาหารที่เราๆทานกัน รสจะอ่อนนิดนึงค่ะ แต่ยังไงๆทานแล้วรสชาติก็ยังคงความเป็นไทยได้เหมือนเดิมค่ะ

เมนูของโซนอาหารไทยมีอะไรให้เลือกทานกันบ้างนะ เราลองมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ที่ได้ลองทานมาแล้วก็มี

ห่อหมกปลา ปอเปี๊ยะทอด ปูจ๋า ปลา ทอด แกงมัสหมั่นเนื้อ ปลาทอดทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ และยังมี อาหารอิสลาม ที่เรานิยมทานกันอย่าง ข้าวหมกไก่ ด้วยนะคะ อาหารไทยประเภทอื่นยังมีให้เลือกอีกนะคะไม่ได้มีเฉพาะที่กล่าวมาเท่านั้น* ส่วนใครที่ชอบทานอาหารประเภท ก๊วยเตี๋ยว ก็มีค่ะ ที่นี่จะจัดเป็นซุ้มเขาทำใหม่ๆสดๆเสริพกันร้อนๆ ถัดจากนั้นเป็น อาหารสุดแซบของเราคงจะหนีไม่พ้น ส้มตำกับปีกไก่ทอด

และอาหารที่ชาวต่างชาติกล่าวถึงมากที่สุดคงจะเป็น ต้มยำ และ ผัดไทย ที่สร้างชื่อให้กับอาหารไทยและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

โซนอาหารทะเลเผา

มีทั้ง กุ้ง ปลาหมึก ปู มาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด เผ็ดกำลังดี...ให้ได้ลองมาทานกันรับรองต้องติดใจแน่นอนค่ะ



โซนขนมหวาน

แหม... ขนมหวานเนี่ย ขาดไม่ได้เลยถ้ากินอาหารคาวแล้ว ไม่มีอาหารหวานตาม มันจะเหมือนกินไม่อิ่ม (ไม่รู้เพื่อนๆเป็นอย่างนี้กันบ้างรึเปล่า..อิอิ)ทางโรงแรมได้เตรียมขนมหวาน หลากหลายรูปแบบไว้บริการ เช่น ขนมเค้ก เอแคลร์ ไอศครีม(มีตู้แช่ ให้เราเดินไปตักเอง พร้อมช็อกโกแลตให้เราราดเองด้วยค่ะ เพื่อนๆคนไหนชอบช็อกโกแลต ก็สามารถราดช็อกโกแลตบนไอศครีมได้ไม่อั้นเลยค่ะ) ขนมไทยของเราก็มีนะคะ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ตะโก้ ข้าวเหนียวหน้าสังขยา ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ขนมชั้น เป็นต้นค่ะ หรือจะเป็น น้ำแข็งใส รวมมิตร ทับทิมกรอบ ลอดช่อง......อืมมมม น่ากินทั้งน้านนนนน และที่ขาดไม่ได้ก็คือผลไม้ตามฤดูค่ะ

เป็น ยังไงบ้างคะ.....อยากลองไปกินกันแล้วสิ... พอกินอิ่มแล้ว อย่าลืมขึ้นไปจุดชมวิว ชั้น 84นะคะ ส่วนของจุดชมวิวตรงดาดฟ้าเราไม่ต้องเดินเองค่ะ แค่ยืนเฉยๆ พื้นจะหมุนไปเรื่อยๆเป็นวงกลม 360 องศา จะมองเห็นตึกที่เปิดไฟเป็นจุดดวงไฟระยิบระยับเล็กๆ.....สวยจริงๆค่ะ รับประกันความสวยได้.......อิอิ แถมได้ยืนรับลมเย็นๆอีกต่างหาก สำหรับ ชั้น 77 ก็เป็นจุดชมวิวเหมือนกัน จะมีกล้องส่องทางไกลให้ส่องมองออกไปยังบริเวณรอบๆ ( ชั้นนี้จะเป็นห้องกระจกค่ะ) แต่ต้องหยอดเหรียญที่กล้องก่อนนะคะ เพื่อนๆคนไหนไปกินมื้อกลางวันจะได้บรรยากาศอีกแบบนึง จะถ่ายรูปได้สวย แต่ถ้าไปตอนกลางคืน อาจจะค่อนข้างมืดนิดนึงถ่ายรูปได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ถ้าจะเน้นบรรยากาศโรแมนติกขอแนะนำว่าเป็นกลางคืนจะเหมาะกว่าค่ะ...คิคิ

ถ้า เพื่อนๆได้ไปแวะลองทานกันมาแล้ว อย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ........วันนี้เอา รูปที่ถ่ายจากจุดชมวิวชั้น 84 ไปดูเล่นๆกันก่อนนะคะ..อันยองค่ะ

 





ชื่อร้าน : บางกอกสกาย ชั้น 76, 78 โรงแรมใบหยกสกาย
เปิดบริการ : ทุกวัน มื้อกลางวัน เวลา 11.00 - 14.00 น.

มื้อค่ำ เวลา 17.30 - 22.00 น.

ราคา 470 บาท/คน
ที่อยู่: 222 ถนนราชปรารภ ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร:
0-2656-3000, 0-2656-3456

ร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง ตำนานอาหารภาคเหนือ-กลาง

 

แนะนำร้านอาหาร เกาหลี ญี่ปุ่น จีน มาพอสมควรแล้ว มาถึงอาหาร ภาคเหนือ-กลางแบบไทยๆกันบ้างดีกว่า ร้านอาหารไทยที่จะแนะนำนี้เป็นอีกร้านอาหารที่ไปมาแล้วรู้สึกประทับใจกับรสชาติอาหาร บรรยากาศ และบริการ เป็นร้านอาหารไทยที่แปลกแหวกแนวกว่าร้านอาหารไทยอื่นๆในย่านเลียบทางด่วนรามอินทราเลยก็ว่าได้

เราลองมาดูบรรยากาศในร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง กันเลยค่ะ

บรรยากาศในร้านอาหาร สะล้อ ซอ ซึง เหมือนได้สัมผัสกลิ่นอายของเมืองเหนือผสมผสานกับสไตค์บาหลี มีต้นไม้ประดับอยู่มาก ช่วยสร้างความร่มรื่นให้กับทางร้านอาหารได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

เราลองมาดูมุมสวยๆอีกมุมของร้านกันนะคะ


ทาง ร้านอาหาร สะล้อ ซอซึง มีที่นั่งให้เลือกหลายมุม ถ้ามากับครอบครัว นั่งข้างในซึ่งเป็นห้องแอร์น่าจะเหมาะกว่า ( ผู้ใหญ่จะชอบแนวนี้มากกว่า ขอแอร์เย็นเจี๊ยบไว้ก่อน ) ส่วนด้านนอก ให้บรรยากาศที่อบอุ่น

ภาษาอย่างเราๆ เรียกว่า ชิวๆ ก็ว่าได้ เหมาะสำหรับคู่รักหรือจะมาสังสรรค์กับเพื่อนๆก็ได้

 

พูดถึงบรรยากาศมาพอสมควร ท้องเริ่มร้องได้เวลาหม่ำกันแล้วค่ะ.....อิอิ

เอาเมนูอาหารมาให้เพื่อนๆได้ดูกันก่อนนะคะ



จานแรกที่สั่งเป็นแกงที่ใครหลายๆคนรู้จักกันดี นั่นคือ แกงเลียง นั่นเอง

แกงของที่นี่มีให้เลือกเยอะมาก แต่....เออ แอบบอกว่ากินไม่เป็นค่ะ เราเลยต้องสั่งอะไรที่เบสิคไว้ก่อน ซึ่งก็คือ แกงเลียงกุ้งสด..... รสชาติเข้มข้นค่ะ มีรสเผ็ดนิดหน่อยแต่ไม่ได้เผ็ดจากพริกนะคะ

ความเผ็ดมันมาจากเครื่องแกงกับพริกไทยค่ะ เมนูอาหารนี้สั่งให้เด็กๆทานได้ มีประโยชน์ด้วยค่ะ

จานที่สอง ก็คือ หมูซะล้อ... เป็นเมนูแนะนำของร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง

เนื้อหมูหมักซอสสูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน

เราก็เลยลองสั่งมาดู รสชาติใช้ได้ ให้ปริมาณเยอะคุ้มราคาค่ะ

จานสุดท้าย เป็นเมนูที่ไม่เคยทานมาก่อน แต่เมนูนี้ ให้ 5 ดาวเลยค่ะ อร่อยถูกปากจริงๆ

เมนูนี้คือ ตำบะหนุน คือ ตำใส่เครื่องแกงของทางภาคเหนือและเม็ดขนุนค่ะ เมนูนี้ถ้าเพื่อนๆคนไหนไปที่ร้านอาหาร สะล้อ ซอ ซึง อย่าลืมสั่งมาทานนะคะ ( รสไม่เผ็ดมาก เด็กๆทานได้ค่ะ)



ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน เป็นบลูเบอรี่ชีสเค้ก ถ้าเพื่อนๆลองทานแล้วจะติดใจค่ะ แต่ไม่ได้มีทุกวันนะคะ บางวันก็หมดเร็ว ในรูปที่เห็นแหว่งไป เพราะมัวแต่กินเพลินจนลืมถ่ายรูป....เฮ้อ เห็นแก่กินกันจริง..จริ๊ง....

ภาพบรรยากาศของร้านยามค่ำคืนค่ะ

ปิดท้าย จากใบปลิวแนะนำของ ร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง

 

อาหาร เหนือที่คุณมองหาและชื่นชอบรสชาติที่ถูกปรุงแต่งด้วยคนเมืองแท้ๆ อาหารหลากหลายเมนูที่คุณนึกถึงถูกจัดไว้ให้คุณแล้วที่นี่..... รวมถึงอาหารรสจัดจ้านของภาคกลางและอาหารทะเลสดๆ รับประกันคุณภาพและความอร่อย รวมไปถึงราคาที่คุณพอใจ.......

 

ลองไปแวะทานกันดูนะคะ อาหารอร่อย ราคาไม่แพง.........สำหรับวันนี้ อันนิยองฮีกาเซโย ( ลาก่อนค่ะ).....

 

 

 

 

ร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง

 

ที่ตั้ง 382 ซ. โยธินพัฒนา ถ. ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขต บางกะปิ กทม. 10240

โทร 02-515-1073, 02-515-1148, T. 086-973-5649

แผนที่

edit @ 20 Oct 2008 14:31:06 by eakarit

ครัวลูกโดม ร้านอร่อยราคาย่อมเยา์.....ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนคุณแฟนถึง ม.ธรรมศาสตร์ ที่รังสิต ทั้งทีเลยถือโอกาส ให้พาไปกินของอร่อยๆในมหาลัย......ร้านอาหารไทยที่แนะนำก็คือ ร้านครัวลูกโดม แหมแค่ชื่อร้านก็ไม่ต้องบอกแล้วว่าร้านนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ร้านอาหารไทยนี้เป็นที่นิยมของนักศึกษา เนื่องจากราคาไม่แพง ให้ปริมาณเยอะ

ในร้านครัวลูกโดม มีที่นั่งสะดวก เหมาะแก่การมานั่งทานกับเพื่อนๆอย่างมาก

 

มาดูบรรยากาศบริเวณร้านอาหารกันเลยค่ะ

 

ด้านนอกของร้านอาหารครัวลูกโดม


นั่งกินอาหาร ชิวๆรับลม



ห้องแอร์ เย็นสบาย.....



มาถึงเมนูอาหาร




ทางร้านอาหารครัวลูกโดมมีบริการให้เลือก 2 แบบคือแบบ เลือกสั่งอาหารตามเมนู และบุฟเฟ่ต์ แต่บุฟเฟ่ต์ มีเฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 11.00-14.00 น. ค่ะ ราคาคนละ 49 บาท ( ถูกมากมาย)

 

แต่วันที่ไปเป็นวันเสาร์เลยกินแบบสั่งอาหารตามเมนู......มาดูเมนูอาหารที่สั่งกันเลยค่ะ

จานแรก คือ หอยจ๊อ....ดูเป็นอะไรที่เบสิคมากมาย แต่รสชาติ อยู่ในระดับที่ใช้ได้เลยค่ะ



จานที่สอง เป็น ปลาทอดกรอบสามรส ตัวใหญ่ค่ะ รสชาติกลมกล่อม เหมาะที่จะทานกับข้าวสวยร้อนๆค่ะ....แหมนึกแล้วชวนให้น้ำลายไหลจริงๆ....



จานที่สาม แมงกระพรุนน้ำมันงา....บอกได้คำเดียวว่า จะเค็มไปไหนเนี่ย......

มันเค็มมากกกกกกกกก สงสัยจะมีการปรุงรสผิดพลาด.... แต่เมื่อเทียบราคากับร้านอาหารจีนชื่อดัง

ร้านอื่นๆแล้ว ที่นี่ถือว่า ราคาถูกกว่าจริงๆค่ะ



จานที่สี่ เป็นเมนู ต้มโคล้งปลากรอบ เมนูนี้ถือเป็นเมนูอร่อยอีกเมนูนึงเลยก็ว่าได้

รสเข้มข้น....เนื้อปลาทอดกรอบไม่คาวเลยค่ะ



จานสุดท้ายที่สั่ง (สุดท้ายสักที ทำไมกินกันเยอะอย่างงี้เนี่ย....อิอิ)

เมนูนี้ให้ 5 ดาวเลยค่ะ.....มีชื่อเรียกว่า สาว 2 หน้า เป็นอาหารแนะนำของทางร้านอาหารครัวลูกโดมด้วย

ส่วนผสม เป็นเนื้อกุ้งสับชุบเกล็ดขนมปังทอด โรยหน้าด้วยสาหร่ายทอดกรอบ

เวลาทานจะสัมผัสได้ถึงความหอมของเนื้อกุ้ง อร่อยจริงๆๆๆค่ะ ต้องลองไปทานให้ได้เลยนะคะ

 



มัวแต่กินจนลืมถ่ายรูปของหวานไปเลยค่ะ...คิคิ ของหวานของทางร้านมีให้เลือกหลากหลาย

เช่น แป๊ะก๊วย ร้อน/เย็น ทับทิมกรอบ สละลอยแก้ว สตรอเบอรี่ลอยแก้ว ไอศครีมรสต่างๆ

 

สุดท้ายนี้อยากให้เพื่อนๆ ไปลองทานที่ร้านครัวลูกโดมดู ราคาไม่แพง บรรยากาศเป็นกันเอง สบายๆ ถึงจะไม่ได้เป็นเด็กม. ธรรมศาสตร์ ก็สามารถเข้าไปทานได้ค่ะ ( เด็กเกษตรอย่างเรายังไปมาแล้วเลย อิอิ)

ทริปชวนอ้วนคราวหน้า จะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับร้านอาหารสุดไฮโซ ที่ตึกคณะเศรษฐศาสตร์ ม. เกษตรบ้าง

ของเราก็มีดีคร้า........คิคิ


ร้านอาหารไทย ครัวลูกโดม มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ที่ตั้ง ใน ม. ธรรมศาสตร์

โทร 02-564-5000-3 ต่อ 217

แผนที่


 

edit @ 18 Oct 2008 00:59:13 by eakarit

edit @ 18 Oct 2008 01:01:00 by eakarit

edit @ 18 Oct 2008 01:02:42 by eakarit

ร้านอาหารเกาหลีฟิวชั่นญี่ปุ่นโซล (Seoul restaurant)

ร้านอาหารที่จะมาแนะนำในวันนี้คือ ร้านอาหารเกาหลีฟิวชั่นญี่ปุ่นยอดฮิตที่ใครหลายๆคนเคยได้ยินชื่อหรือเคยไปทานกันมาแล้ว นั่นก็คือร้านอาหาร Seoul แถวทองหล่อ นั่นเอง ได้ฤกษ์ไปกินสักทีหลังจากที่อยากกินมานาน ร้านอาหารหาไม่ยากเลยค่ะ อยู่ริมถนนตรงช่วงทางโค้ง จอดรถริมถนนได้เลยค่ะ

เรามาดูหน้าร้านอาหารเกาหลีฟิวชั่นญี่ปุ่นโซลกันก่อนดีกว่าค่ะ


ข้างในร้านจัดรูปแบบสไตล์ เกาหลี ผสมผสานกับ รูปแบบความเป็นญี่ปุ่น

ให้บรรยากาศที่อบอุ่น มีคนมาทานค่อนข้างเยอะค่ะ แต่ทางร้านอาหารมีที่นั่งชั้น 2 ไว้เตรียมรองรับลูกค้าด้วยค่ะ พอดีไปถึงเร็วก็เลยได้นั่งชั้นล่างติดหน้าต่าง เห็นวิวซอยทองหล่อ

( ให้บรรยากาศที่แปลกใหม่ไปอีกแบบ...อิอิ)


เรามาดูทางด้านเมนูอาหารกันก่อนดีกว่า สำหรับใครที่ทานเนื้อ ทางร้านมีเนื้อโกเบ

ชั้นดีนำเข้าจากญี่ปุ่นมาให้ลองทานกัน ราคาอยู่ที่ 670 บาท ถ้ามีปัจจัยในกระเป๋าอยู่ในระดับ

ที่พอทานได้ก็ลองทานดูนะคะ ( อยากรู้เหมือนกันว่ารสชาติเป็นยังไง เผอิญเราก็ไม่กินเนื้อด้วยจิ น่าเสียดายจัง)



ส่วนเนื้อหมู ไก่ เครื่องใน หรือ อาหารทะเลต่างๆ มีให้เลือกหลากหลายเมนู



เริ่มหิวแล้วเรามาดูอาหารที่สั่งกันเลยดีกว่าค่ะ

จานแรกคือ เนื้อหมูเบคอน รสชาติโอเคนะคะ แต่ค่อนข้างน้อยไปนิดนึง

(ราคาอยู่ที่ 130 บาท )



จานที่สองเป็นเนื้อหมู หมักซอสสูตรเฉพาะของทางร้านโซลค่ะ



จานที่สาม เห็นจะหนีไม่พ้น ข้าวผัดกิมจิ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของอาหารเกาหลีอีกอย่างหนึ่งก็ว่าได้แต่ที่ร้านนี้ จะเน้นข้าวผัดสไตล์คนไทย(รู้สึก รสกิมจิน้อยไปหน่อย ถ้าเทียบกับข้าวผัดกิมจิที่เคยทานร้านอาหารเกาหลีอื่นๆน่ะค่ะ)


จานที่สี่ เป็น หมูหมัก นะค่ะ ที่นี่เราย่างหมูเองเพราะว่าลูกค้าเยอะมากค่ะ

เอารูปหมูย่างหอมๆ มายั่วน้ำลายใครหลายๆคนก่อนดีกว่า...อิอิ



ที่ถูกใจมากๆเห็นจะเป็น ซอส หรือน้ำจิ้ม ที่มีให้เลือกหลากหลาย พนักงานทางร้านได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ

ปรุงน้ำจิ้มว่า ถ้าเอาทุกอย่างมาผสมรวมกันจะได้้รสชาติี่ลงตัวเข้ากันพอดี ซึ่งเป็นไปตามที่เขาบอกจริงๆค่ะ

น้ำจิ้มปรุงรส ที่ไว้จิ้มกับของปิ้งๆ อร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ



จานสุดท้ายที่สั่งก็คือ ซุปกิมจรสชาติกลมกล่อม อร่อยค่ะ แต่เสียดาย หมูในซุปกิมจิน้อยไปนิดนึง

แต่โดยรวมถือว่าโอเคเลยค่ะ



เพื่อนๆคนไหนสนใจ ลอง แวะไปทานดูนะคะ......

ร้านอาหารโซล ( seoul restaurant )

ที่ตั้ง : 2 ซอย 55 (ทองหล่อ) ถนนสุขุมวิท พระโขนง กทม.
โทร
: 02 392 6046
แฟกซ์ :
02 391 4665
เวลาเปิด
: จันทร์ - เสาร์ 11.00-14.30 น./ 17.00-22.30
อาทิตย์ 11.00-22.00 น.